ในรอบ ๑๓ ปี รัฐมีรายได้จากภาษีน้ำเมาเพิ่มขึ้น ๒.๗ เท่า
ในรอบ ๑๓ ปี รัฐมีรายได้จากภาษีน้ำเมาเพิ่มขึ้น ๒.๗ เท่า
รายได้จากการจัดเก็บภาษีในรอบ ๑๓ ปี (ปี ๒๕๓๘-๒๕๕๑) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ๒.๗เท่า จาก ๓๓,๓๔๗.๕ ล้านบาทในปี ๒๕๓๘ เป็น ๙๐,๑๘๖.๑ ล้านบาทในปี ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นสัดส่วนเงินภาษีจากเบียร์มากถึงร้อยละ ๕๙.๑๘ รองลงมาคือ สุราขาว ร้อยละ ๑๒.๘๗ และสุราผสมร้อยละ ๑๐
ตารางแสดงเม็ดเงินภาษีสรรพสามิต (ล้านบาท) ที่เก็บจากการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย และที่นำเข้าจากต่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๕๑จำแนกตามประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เบียร์จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี (ผลิตมากขึ้น)
เมื่อวิเคราะห์ตามชนิดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า เบียร์จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี โดยใน ปี ๒๕๓๘เก็บภาษีจากเบียร์เป็นเงิน ๑๕,๐๘๔.๕ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๕๓,๓๖๙.๕ ล้านบาท ใน ปี ๒๕๕๑ (เพิ่ม ๓.๕ เท่า) รองลงมาคือ สุราขาว คือ เพิ่มจาก ๓,๗๖๐ ล้านบาท เป็น ๑๑,๖๐๕.๓ ล้านบาท (เพิ่ม ๓.๑ เท่า)
อย่างไรก็ตาม แม้สุราขาวจะมีการเพิ่มอัตราภาษีอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการเพิ่มในอัตราที่ต่ำมาก คือ ๑๒๐ บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ขณะที่สุราประเภทอื่นมีอัตราภาษีที่ ๔๐๐ บาท ทั้งๆ ที่สุราขาวมีดีกรีสูง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมบริโภคของผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ติดสุรา
กราฟแสดงแนวโน้มของขนาดและสัดส่วนเม็ดเงินภาษีสรรพสามิตจากการผลิตและการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๕๑

| Attachment | Size |
|---|---|
| ainrb_13_pii_rathmiiraayaidcchaakphaasiinamemaaephimkhuen_2.7_ethaa.doc | 2.7 MB |
