สิบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสุขภาพ
หลักฐานที่มีอยู่มากมายก่ายกองแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่ทำด้วยน้ำมือมนุษย์กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของโลก ซึ่งก็มาด้วยกันกับนัยที่สาหัสสากรรจ์สำหรับงานสาธารณสุข เหตุการณ์ภูมิอากาศที่นำมาซึ่งหายนะต่าง ๆ สภาพอากาศที่แปรปรวนอันส่งผลกระทบต่ออาหารและน้ำ รูปแบบต่าง ๆ ของการระบาดของโรคติดเชื้อใหม่ ๆ และโรคที่กำลังอุบัติขึ้นใหม่อันเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ ต่าง ๆ เหล่านี้ผูกโยงกับภาวะโลกร้อนและก็นำมาซึ่งความเสี่ยงทางสุขภาพ
สภาพอากาศและภูมิอากาศบ่งบอกอิทธิพลที่หนักแน่นต่อสุขภาพอยู่แล้ว ขยายความก็คือ การเสียชีวิตจากคลื่นความร้อน และหายนะจากภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย รวมทั้ง รูปแบบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลในเรื่องโรคที่มาจากสัตว์หรือแมลงเป็นพาหะนำโรคอันเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต โรคเหล่านี้ก็เช่น มาลาเรีย
ตามที่ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก ดร. มาร์กาเร็ต ชาน (WHO Director-General Dr Margaret Chan)บอก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จะส่งผลกระทบต่อตัวชี้วัดในระดับฐานรากที่สุดของสุขภาพในทิศทางตรงกันข้ามอย่างใหญ่หลวง นั่นคือ อาหาร อากาศ และน้ำ พื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพที่อ่อนแอ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา จะเป็นพื้นที่ที่มีความสามารถน้อยที่สุดในการรับมือ หากปราศจากการช่วยเหลือเพื่อการเตรียมตัวและการตอบสนองกับสถานการณ์
ข้อเท็จจริงต่อไปนี้พรรณนาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพ
1. ในช่วงเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมที่มนุษย์ก่อขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้ปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกที่เพียงพอจะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของโลก ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนได- อ็อกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 นับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม ผลก็คือดักความร้อนไว้มากขึ้นในชั้นบรรยากาศที่ต่ำลง การเปลี่ยนแปลงที่มีผลในสภาพอากาศของโลกนำมาซึ่งความเสี่ยงในหลาย ๆ อย่างทางสุขภาพ นับตั้งแต่การเสียชีวิตในอุณหภูมิที่สูงสุดขั้วไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโรคติดเชื้อต่าง ๆ
2. ตั้งแต่ประเทศในเขตร้อนจนถึงเขตทะเลอาร์กติก สภาพอากาศและภูมิอากาศมีผลกระทบโดยตรงและโดยทางอ้อมต่อชีวิตมนุษย์ อากาศสุดขั้ว เช่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม และหายนะ เช่น เมื่อเดือนสิงหาคมปี ค.ศ. 2005 พายุเฮอร์ริเคนแคทรินาได้ทำลายล้างเมืองนิวออร์ลีนส์ในสหรัฐอเมริกาให้ราพนาสูรและนั่นหมายความว่ามันสร้างอันตรายให้กับสุขภาพพอพอกับทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและชีวิตความเป็นอยู่ ประมาณการว่าในทศวรรษ 1990 มีผู้คนเสียชีวิตราวๆ 600, 000 คนทั่วโลกอันเป็นผลมาจากหายนะจากธรรมชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับภูมิอากาศ ร้อยละ 95 ของหายนะที่เกิด เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา
3. การขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างเข้มข้นในระยะสั้นของอุณหภูมิสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของความเครียดจากความร้อน (ไฮเปอร์เธอร์เมีย,hyperthermia) หรืออาการหนาวเย็นสุดขั้ว (ไฮโปเธอร์เมีย,hypothermia) และนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้นจากโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจ การศึกษาที่ผ่านมาแนะว่า อุณหภูมิสูงที่บันทึกได้ในยุโรปตะวันตก ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2003 มีความเกี่ยวโยงกับอัตราการเสียชีวิตที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 70, 000 ราย ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา
4. ละอองเกสรดอกไม้และระดับภูมิแพ้มีสูงกว่าในอากาศร้อนจัด สิ่งเหล่านี้สามารถจุดชนวนให้เกิดอาการหืดหอบ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบกับผู้คนราว 300 ล้านคน การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถูกคาดว่าจะเพิ่มภาระให้กับเรื่องนี้
5. ระดับน้ำทะเลที่กำลังสูงขึ้น นั่นก็เป็นอีกผลหนึ่งที่มาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมชายฝั่ง และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการไร้ที่อยู่ของประชากร ในปัจจุบัน ประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ภายในรัศมี 60 กิโลเมตรรอบชายฝั่ง น้ำท่วมเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยตรง และก็เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อจากน้ำและโรคที่เกิดจากสัตว์ปีกและแมลง การไร้ที่อยู่ของประชากรอาจเพิ่มความตึงเครียดและความเสี่ยงในเรื่องความขัดแย้ง
6. แบบแผน/รูปแบบของฝนที่แปรเปลี่ยนไปมากขึ้นมีความเป็นไปได้ที่จะช่วยสมทบปริมาณน้ำจืดให้มากขึ้น ในระดับโลกการขาดแคลนน้ำส่งผลต่อผู้คนสี่คนในทุกทุกสิบคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำที่แย่ ก็เท่ากับการมีผลต่อสุขอนามัยและสุขภาพ สิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยงให้กับโรคท้องร่วง ซึ่งพรากชีวิตผู้คนประมาณ 2.2 ล้านคนทุกปี พอพอกับทราโคมา (trachomaคือการติดเชื้อที่ตา) ซึ่งสามารถนำไปสู่การตาบอดและความเจ็บป่วยอื่น ๆ
7. การขาดแคลนน้ำส่งผลให้ผู้คนต้องเดินทางไปนำน้ำจากระยะทางไกล ๆ และนำกลับมาเก็บไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่บ้านของพวกเขาเอง สิ่งนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องการปนเปื้อนของน้ำที่บ้าน อันเป็นสาเหตุของการเจ็บไข้ได้ป่วย
8. ปัจจัยแวดล้อมทางสภาวะอากาศส่งผลกระทบต่อโรคต่าง ๆ ซึ่งถ่ายทอดเชื้อผ่านทางน้ำ และผ่านทางแมลงต่าง ๆ เช่น ยุง เป็นต้น โรคที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศเป็นหนึ่งในมัจจุราชที่ใหญ่โตที่สุดในระดับโลก โรคท้องร่วง มาลาเรีย และทุพโภชนาการในพลังงานโปรตีนอย่างเดียวก็เป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วมากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกในปี ค.ศ. 2004 มากกว่าหนึ่งในสามของการเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นในทวีปแอฟริกา
9. ทุพโภชนาการเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนเป็นเรือนหลาย ๆ ล้านคนในแต่ละปี ทั้งจากการขาดสารอาหารที่เพียงพอในการรักษาชีวิต และความอ่อนแอที่เป็นผลต่อโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น มาลาเรีย โรคท้องร่วง และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ อุณหภูมิที่กำลังสูงขึ้นในโลก และฝนที่แปรเปลี่ยนมากขึ้นถูกคาดว่าจะลดพืชพันธุ์ธัญญาหารในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาทั้งหลายที่อยู่ในเขตร้อน ซึ่งเป็นที่ที่ความมั่นคงทางอาหารเป็นปัญหาอยู่แล้ว
10. ขั้นตอนที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือทำให้ผลกระทบต่อสุขภาพของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีน้อยลงอาจมีผลลัพธ์ทางบวกต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น การโปรโมทการใช้การขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย และการเคลื่อนไหวที่กระตือรือร้น เช่น การขี่จักรยาน หรือ การเดิน ให้เป็นดังทางเลือกแทนที่จะใช้ยานพาหนะส่วนตัว สิ่งนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และปรับปรุงงานสาธารณสุข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถแค่เพียงลดการบาดเจ็บทางการจราจร แต่ยังลดมลภาวะและโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและระบบหายใจ ระดับของการออกกำลังกายที่เพิ่มมากขึ้นสามารถลดอัตราการเสียชีวิตในภาพรวมได้
